วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทับทิมกรอบ



ส่วนผสม

แป้งมัน                                 1/2 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม                     2 ช้อนโต๊ะ
แห้วดิบหั่นเต๋าเล็กๆ                  1 ถ้วยตวง
เนื้อมะพร้าวกะทิหั่นชิ้นพอคำ   1 ถ้วยตวง
(หรือจะเป็นมะพร้าวอ่อนก็ได้)
น้ำตาลทราย                            1 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า                                    1 ถ้วยตวง
หัวกะทิอบควันเทียน                 1 ถ้วยตวง
(มีขายสำเร็จรูป)
เกลือป่น                                 1/4 ช้อนชา
สีผสมอาหารสีแดง                 1/2 ช้อนชา
(หรือจะใช้สีอื่นๆ ตามชอบก็ได้)
น้ำแข็งบด 





วิธีทำ
  • ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำ 1 ถ้วย นำไปต้มให้น้ำตาลละลายเหนียวเป็นน้ำเชื่อม พักไว้
  • ผสมกะทิอบควันเทียนกับเกลือป่นคนให้เกลือละลายเข้ากัน พักไว้
  • ละลายสีกับน้ำ 1/2 ถ้วย นำแห้วลงไปแช่ในสี ทิ้งไว้ให้แห้วติดสีดีแล้ว ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ผสมแป้งมันกับแป้งท้าวยายม่อม ร่อนให้เข้ากัน นำแห้วมาคลุกกับแป้ง ขณะคลุกให้พรมน้ำใส่เล็กน้อยเพื่อให้แป้งติดดี คลุกไปจนแป้งติดหนาพอ แล้วร่อนเอาเศษแป้งออก
  • เอาน้ำใส่หม้อต้มเดือด นำแห้วที่คลุกแป้งเสร็จแล้วลงต้มให้สุกจนแป้งเป็นเนื้อใสๆ ตักขึ้นแช่น้ำเย็น
  • วิธีรับประทาน ตักทับทิบใส่ถ้วย ใส่เนื้อมะพร้าวกะทิหรือมะพร้าวอ่อน ใส่น้ำกะทิ น้ำเชื่อม คนให้เข้ากัน ใส่น้ำแข็งรับประทานได้เลย (อาจจะเพิ่มขนุนฉีกเป็นเส้นยาว หรือนำทับทิมไปผสมกับของหวานอื่นๆ เช่น ลอดช่อง ทานคู่กับไอศกรีม เป็นต้น เพื่อเพิ่มความอร่อยค่ะ)


ข้าวโพดอบเนย



ส่วนผสม

ข้าวโพดหวาน                            2 ถ้วยตวง
(ต้มสุกแล้วแกะออกเป็นเม็ดๆ)
เนย                                             2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย                               2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น                                    1/4 ช้อนโต๊



วิธีทำ
  • เอาเม็ดข้าวโพดใส่หม้อ ใส่เนย ยกขึ้นตั้งไฟ พอเนยละลายใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น คนจนน้ำตาลทรายละลาย ยกลงตักใส่ถ้วยรับประทานได้ (อาจจะใส่มะพร้าวอ่อน เพิ่มรสชาติก็ได้ค่ะ)

ขนมปังปิ้งนมเนย


ส่วนผสม

ขนมปังแผ่น (แบบแผ่นหนา)            5 แผ่น
มาการีน หรือเนย                            3 ช้อนโต๊ะ
นมข้นหวาน                                    5 ช้อนโต๊ะ




วิธีทำ

  • ปิ้งขนมปังบนเตาถ่าน ไฟอ่อนๆ ให้เหลืองหอมทั้งสองด้าน นำออกมาทาเนยให้ทั่ว 1 ด้าน (ให้ทาขณะขนมปังยังร้อนอยู่ ถ้าขนมปังเย็นเเล้วเมื่อทาเนยเสร็จให้อังไฟอีกรอบให้เนยละลายเล็กน้อย) ตัดขนมปังเป็นชิ้นพอคำ วางเรียงใส่จานหงายด้านที่ทาเนยขึ้น แล้วราดด้วยนมข้นหวาน รับประทานได้เลย (อาจจะเพิ่มหน้าช็อคโกแลต สังขยา หมูหยอง น้ำพริกเผา หรือหน้าอื่นๆ ได้ตามชอบ)





เปาะเปี๊ยะทอด



ส่วนผสม

แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะ (แผ่นโรตีสายไหมก็ได้ค่ะ)          20 แผ่น
หมูบด                                                                         1 ถ้วยตวง
ถั่วงอก                                                                        1 ถ้วยตวง
วุ้นเส้นแช่น้ำให้นิ่มแล้วตัดสั้นๆ                                   1 ถ้วยตวง
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำให้นิ่มหั่นเส้นบาง                        1/2 ถ้วยตวง
เห็ดหูหนูซอย                                                           1/2 ถ้วยตวง
แครอทขูดเส้น                                                         1/2 ถ้วยตวง
กะหล่ำปลีซอย                                                         1/2 ถ้วยตวง
รากผักชี                                                                      2 ราก
กระเทียม                                                                     5 กรีบ
พริกไทยเม็ด                                                               5 เม็ด
ซีอิ๊วขาว                                                                     1 ช้อนชา
น้ำมันพืช                                                                    2 ถ้วยตวง
แป้งมันสำปะหลัง                                                       1 ช้อนโต๊ะ
น้ำจิ้มไก่ หรือ บ๊วยเจี่ย (ตามชอบ)
ผักแกล้ม (ผักกาดหอม, โหระพา, ผักชี)


วิธีทำ


  • โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ดให้ละเอียด ตั้งกระทะใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทยลงไปผักให้หอม ใส่เนื้อหมู ผัดไม่ให้จับกันเป็นก้อน ใส่เห็ดหอม เห็ดหูหนู กระหล่ำปลี แครอท ถั่วงอก วุ้นเส้น ซีอิ้วขาว ผัดให้เข้ากันพอผักสลบ ยกลงรอให้เย็น
  • วิธีห่อ ละลายแป้งมันให้น้ำ 1/3 ถ้วย วางแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะบนเขียง ตักไส้ใส่ตรงกลางเป็นแนวยาว พับริมแป้งด้านยาว 1 ครั้ง แล้วพับซ้าย-ขวา จากนั้นม้วนไปจนเกือบสุด ใช้น้ำแป้งมันทาที่ปลายแผ่นแป้งเพื่อเป็นกาวให้แผ่นแป้งติดกัน แล้วม้วนต่อจนสุด
  • เมื่อห่อครบทุกแผ่นแล้วนำมาทอดในน้ำมัน (ไฟปานกลาง) พอแป้งเหลืองกรอบตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ใช้กรรไกรตัดเป็นท่อนพอคำ รับประทานกับน้ำจิ้มและผักแกล้ม

ข้อแนะนำ

ถ้าทำขายปริมาณมากๆ แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะและเปาะเปี๊ยะที่ห่อแล้วรอทอดอยู่ ต้องคลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดๆไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้แป้งแห้ง เพราะถ้าแป้งแห้งเมื่อนำไปทอดจะแตกและไหม้เร็ว


ขนมแพนเค้ก



ส่วนผสม

แป้งแพนเค้กสำเร็จรูป              2 ถ้วยตวง
นมสดรสจืด                             1 ถ้วยตวง
ไข่ไก่                                       1 ฟอง
ลูกเกด                                     2 ช้อนโต๊ะ
เนย หรือมาการีน                     2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
  • ผสมแป้ง นมสด ไข่ไก่ คนให้เข้ากันจนเนียน
  • กระทะก้นแบนตั้งไฟ ใส่เนยให้เนยให้เนยละลาย ตักแป้งประมาณ 1 ทัพพี เทลงทอด (ถ้ากระทะใบใหญ่ก็สามารถทอดทีละหลายชิ้นได้ โดยเทเเป้งลงเป็นหย่อมๆ อย่าให้ติดกัน) ขณะทอดให้โรยลูกเกดลงบนหน้าด้านที่ยังไม่ทอด เมื่อสุกด้านหนึ่งแล้วกลับอีกด้านทอดให้สุกทั้งสองด้าน ตักขึ้นรับประทานอุ่นๆ

ข้อแนะนำ

อาจใช้ข้าวโพดต้ม หรือไส้กรอกหรือปูอัด โรยหน้าได้เหมือนกันหรือไม่โรยหน้าแต่ราดด้วยแยมหรือช็อคโกแลต หรือนมข้นหวานหลังจากทอดเสร็จแล้ว สามารถอร่อยได้หลายแบบ


กระท้อนลอยแก้ว



ส่วนผสม

กระท้อนปุยฝ้าย               3 ลูก
น้ำตาลทราย                   2 ถ้วยตวง
เกลือป่น                       1/2 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า                           2 ลิตร


วิธีทำ

  • น้ำเปล่า 1 ลิตร ใส่หม้อตั้งไฟต้นจนเดือด ใส่เกลือป่นลงไปคนให้ละลาย แล้วยกลงพักไว้ให้เย็น
  • ปอกเปลือกกระท้อน แล้วบั้งตามแนวยาวรอบๆลูก (ห่างกัน 1/2 ซม.) เหลือตรงจุกกับก้นไว้อย่าให้ขาดออกจากกัน เสร็จแล้วใช้นิ้วมือบีบตรงหัวกับก้น บีบให้ลูกกระท้อนเป็นทรงแบนๆ เพื่อให้เนื้อแยกออกห่างกัน หรือจะแกะสลักเนื้อกระท้อนเป็นรูปดอกไม้ใบไม้เพื่อเพิ่มความสวยงานก็ได้ตามต้องการ เสร็จแล้วเอาลงไปแช่น้ำเกลือ ทำจนครบทั้ง 3 ลูก ดองทิ้งไว้ในน้ำเกลือ 2 วัน
  • เมื่อครบ 2 วันแล้ว เอากระท้อนที่ดองไว้ในน้ำเกลือออกมาล้างน้ำสะอาด 1 ครั้ง เทน้ำเกลือทิ้ง เอาหม้อใส่น้ำ 1 ลิตรกับน้ำตาล ต้มจนเดือดน้ำตาลละลาย ยกลงรอให้เย็น แล้วเอากระท้อนแช่ลงไปในน้ำเชื่อมที่เย็นแล้ว ดองในน้ำเชื่อมทิ้งไว้อีก 2 วัน
  • เมื่อครบ 2 วัน นำไปแช่ในตู้เย็น รับประทานเย็นๆทั้งเนื้อและน้ำจะจัดใส่ถ้วยเป็นลูกๆ หรือหั่นออกเป็นชิ้นๆ ตามรอยบั้งก็ทานได้สะดวกดี ถ้ารสชาติหวานไปก็เติมน้ำแข็ง

ข้อแนะนำ

ระยะเวลาในการดองอาจมากน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับขนาดและรสชาติของลูกกระท้อน และน้ำที่ดองต้องให้ท่วมลูกกระท้อน