แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของหวาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของหวาน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ขนมปังสังขยา



ส่วนผสม

ขนมปังแผ่น                         5 แผ่น
แป้งข้าวโพด                        2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี                               1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ (เอาแต่ไข่แดง)           5 ฟอง
หัวกะทิ                                  1 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ                           1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย                         2 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืดระเหย                    1/2 ถ้วยตวง
เหลือป่น                              1/4 ช้อนชา
ใบเตย                                  10 ใบ
น้ำเปล่า                                1/2 ถ้วยตวง





วิธีทำ
  • นำใบเตย 7 ใบมาหั่นตามขวางเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในเครื่องปั่น ใส่น้ำ 1/2 ถ้วย ปั่นให้ละเอียด แล้วใช้ผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำ
  • ผสมแป้งข้าวโพด แป้งสาลี เกลือป่น น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ ไข่แดง และน้ำใบเตยมัดเป็นปม 3 ใบ มาขยำให้น้ำตาลละลาย เอาใบเตยออกใส่น้ำกะทิ น้ำใบเตย นมข้นจืดระเหย คนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ กวนจนแป้งสุกข้นเหนียว ยกลงตักใส่ถ้วย ราดด้วยนมข้นจืด
  • ตัดขนมปังเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ แล้วนำไปนึ่งในลังถึง หรืออุ่นในไมโครเวฟให้อุ่นนุ่ม นำมาจิ้มสังขยารับประทานอุ่นๆ


วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข้าวเหนียวสังขยา



ส่วนผสม

ข้าวเหนียวเขี้ยวงู                 2 ถ้วยตวง
ไข่ไก่                                   4 ฟอง
หัวกะทิ                                2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย                     1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ                         1/2 ถ้วยตวง


วิธีทำ

  • ข้าวเหนียวเเช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน นำมานึ่งให้สุกแล้วเทใส่ภาชนะ ผสมหัวกะทิ 1 ถ้วยกับน้ำตาลทรายให้เข้ากัน ยกตั้งไฟให้กะทิแตกมัน ยกลงมาทยอยราดลงบนข้าวเหนียวทีละน้อย ใช้มือคลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้
  • ตอกไข่ใส่ภาชนะ ใส่น้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลละลาย ใส่หัวกะทิ 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน กรองให้เข้ากันอีกครั้งโดย นำถ้วยที่จะใช้นึ่งมารองก้นกระชอนไว้ เทส่วนผสมใส่กระชอน ใช้ทัพพีกวนให้ส่วนผสมผ่นกระชอนลงไปอยู่ในถ้วย นำใส่ลังถึงนึ่งให้สุก ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ยกลงพักไว้ให้เย็น
  • วิธีรับประทาน ตักข้าวเหนียวมูนใส่ถ้วย ใช้ช้อนตักหน้าสังขยาออกมาเป็นแผ่นๆ วางลงบนข้าวเหนียว รับประทานได้เลย

ข้อแนะนำ

ถ้าทำขายให้ใช้ใบตองทำเป็นห่อๆ


วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ตะโก้ทับทิบสยาม


ส่วนผสม

ทับทิมกรอบ                       1/2 กิโลกรัม
แป้งข้าวโพด                      1/4 ถ้วยตวง
แป้งมัน                               1/2 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกไม้              1 - 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย                  1- 3/4 ถ้วยตวง


ส่วนผสมหน้ากะทิ

ข้าวโพด                                6 ช้อนโต๊ะ
เกลือ                                  1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย                         1 ช้อนชา
กะทิ                                       3 ถ้วยตวง
(มะพร้าวขูดขาว 300 กรัม ใส่น้ำ 2 ถ้วยตวง)


วิธีทำ

  • ผสมแป้งทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน ใส่น้ำลอยดอกมะลิ น้ำตาล คนให้เข้ากัน นำไปตั้งไฟ กวนให้ไฟแรง พอเริ่มข้นลดไฟลงจนเหนียว ใส่ทับทิมกรอบยกลง เทใส่ถาดประมาณ 1/2 ถาด ปาดหน้าให้เรียบ
  • ผสมแป้ง เกลือ น้ำตาลทราย ใส่กะทิคนให้เข้ากัน ตั้งไฟกวนใช้ไฟปานกลาง พอเริ่มข้นดับไฟคนต่อไป เทหน้าขนมลงบนตัวขนมโดยเทหน้าให้เรียบ

ข้อแนะนำ

ทั่วไปแล้วเมื่อนึกถึงตะโก้ คนทั่วไปจะนึกถึงขนมที่มีส่วนผสมของกะทิห่อใบเตยทรงสี่เหลี่ยม แต่วิธีการที่แนะนำนี้เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับตะโก้ เพิ่มความแปลกใหม่ แต่รสชาติก็ยังคงเป็นตะโก้อยู่ อาจจะเปลี่ยนจากทับทิม กรอบเป็นข้าวโพด เผือก หรืออื่นๆ เพื่อสร้างความเเปลกใหม่


วิธีทำทับทิมกรอบ คลิก


ทับทิมกรอบ



ส่วนผสม

แป้งมัน                                 1/2 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม                     2 ช้อนโต๊ะ
แห้วดิบหั่นเต๋าเล็กๆ                  1 ถ้วยตวง
เนื้อมะพร้าวกะทิหั่นชิ้นพอคำ   1 ถ้วยตวง
(หรือจะเป็นมะพร้าวอ่อนก็ได้)
น้ำตาลทราย                            1 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า                                    1 ถ้วยตวง
หัวกะทิอบควันเทียน                 1 ถ้วยตวง
(มีขายสำเร็จรูป)
เกลือป่น                                 1/4 ช้อนชา
สีผสมอาหารสีแดง                 1/2 ช้อนชา
(หรือจะใช้สีอื่นๆ ตามชอบก็ได้)
น้ำแข็งบด 





วิธีทำ
  • ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำ 1 ถ้วย นำไปต้มให้น้ำตาลละลายเหนียวเป็นน้ำเชื่อม พักไว้
  • ผสมกะทิอบควันเทียนกับเกลือป่นคนให้เกลือละลายเข้ากัน พักไว้
  • ละลายสีกับน้ำ 1/2 ถ้วย นำแห้วลงไปแช่ในสี ทิ้งไว้ให้แห้วติดสีดีแล้ว ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ผสมแป้งมันกับแป้งท้าวยายม่อม ร่อนให้เข้ากัน นำแห้วมาคลุกกับแป้ง ขณะคลุกให้พรมน้ำใส่เล็กน้อยเพื่อให้แป้งติดดี คลุกไปจนแป้งติดหนาพอ แล้วร่อนเอาเศษแป้งออก
  • เอาน้ำใส่หม้อต้มเดือด นำแห้วที่คลุกแป้งเสร็จแล้วลงต้มให้สุกจนแป้งเป็นเนื้อใสๆ ตักขึ้นแช่น้ำเย็น
  • วิธีรับประทาน ตักทับทิบใส่ถ้วย ใส่เนื้อมะพร้าวกะทิหรือมะพร้าวอ่อน ใส่น้ำกะทิ น้ำเชื่อม คนให้เข้ากัน ใส่น้ำแข็งรับประทานได้เลย (อาจจะเพิ่มขนุนฉีกเป็นเส้นยาว หรือนำทับทิมไปผสมกับของหวานอื่นๆ เช่น ลอดช่อง ทานคู่กับไอศกรีม เป็นต้น เพื่อเพิ่มความอร่อยค่ะ)


ขนมแพนเค้ก



ส่วนผสม

แป้งแพนเค้กสำเร็จรูป              2 ถ้วยตวง
นมสดรสจืด                             1 ถ้วยตวง
ไข่ไก่                                       1 ฟอง
ลูกเกด                                     2 ช้อนโต๊ะ
เนย หรือมาการีน                     2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
  • ผสมแป้ง นมสด ไข่ไก่ คนให้เข้ากันจนเนียน
  • กระทะก้นแบนตั้งไฟ ใส่เนยให้เนยให้เนยละลาย ตักแป้งประมาณ 1 ทัพพี เทลงทอด (ถ้ากระทะใบใหญ่ก็สามารถทอดทีละหลายชิ้นได้ โดยเทเเป้งลงเป็นหย่อมๆ อย่าให้ติดกัน) ขณะทอดให้โรยลูกเกดลงบนหน้าด้านที่ยังไม่ทอด เมื่อสุกด้านหนึ่งแล้วกลับอีกด้านทอดให้สุกทั้งสองด้าน ตักขึ้นรับประทานอุ่นๆ

ข้อแนะนำ

อาจใช้ข้าวโพดต้ม หรือไส้กรอกหรือปูอัด โรยหน้าได้เหมือนกันหรือไม่โรยหน้าแต่ราดด้วยแยมหรือช็อคโกแลต หรือนมข้นหวานหลังจากทอดเสร็จแล้ว สามารถอร่อยได้หลายแบบ


กระท้อนลอยแก้ว



ส่วนผสม

กระท้อนปุยฝ้าย               3 ลูก
น้ำตาลทราย                   2 ถ้วยตวง
เกลือป่น                       1/2 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า                           2 ลิตร


วิธีทำ

  • น้ำเปล่า 1 ลิตร ใส่หม้อตั้งไฟต้นจนเดือด ใส่เกลือป่นลงไปคนให้ละลาย แล้วยกลงพักไว้ให้เย็น
  • ปอกเปลือกกระท้อน แล้วบั้งตามแนวยาวรอบๆลูก (ห่างกัน 1/2 ซม.) เหลือตรงจุกกับก้นไว้อย่าให้ขาดออกจากกัน เสร็จแล้วใช้นิ้วมือบีบตรงหัวกับก้น บีบให้ลูกกระท้อนเป็นทรงแบนๆ เพื่อให้เนื้อแยกออกห่างกัน หรือจะแกะสลักเนื้อกระท้อนเป็นรูปดอกไม้ใบไม้เพื่อเพิ่มความสวยงานก็ได้ตามต้องการ เสร็จแล้วเอาลงไปแช่น้ำเกลือ ทำจนครบทั้ง 3 ลูก ดองทิ้งไว้ในน้ำเกลือ 2 วัน
  • เมื่อครบ 2 วันแล้ว เอากระท้อนที่ดองไว้ในน้ำเกลือออกมาล้างน้ำสะอาด 1 ครั้ง เทน้ำเกลือทิ้ง เอาหม้อใส่น้ำ 1 ลิตรกับน้ำตาล ต้มจนเดือดน้ำตาลละลาย ยกลงรอให้เย็น แล้วเอากระท้อนแช่ลงไปในน้ำเชื่อมที่เย็นแล้ว ดองในน้ำเชื่อมทิ้งไว้อีก 2 วัน
  • เมื่อครบ 2 วัน นำไปแช่ในตู้เย็น รับประทานเย็นๆทั้งเนื้อและน้ำจะจัดใส่ถ้วยเป็นลูกๆ หรือหั่นออกเป็นชิ้นๆ ตามรอยบั้งก็ทานได้สะดวกดี ถ้ารสชาติหวานไปก็เติมน้ำแข็ง

ข้อแนะนำ

ระยะเวลาในการดองอาจมากน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับขนาดและรสชาติของลูกกระท้อน และน้ำที่ดองต้องให้ท่วมลูกกระท้อน